ใครบ้างไม่ควรกิน "กะเพรา" ? สมุนไพรคู่ครัวของคนไทย แต่ 5 กลุ่มนี้ต้องระวัง!
.jpg?ip/crop/w1200h700/q80/jpg)
ใครบ้างไม่ควรกินกะเพรา? เช็ก 5 กลุ่มที่ควรระวัง โดยเฉพาะกินเป็นสารสกัดเข้มข้น
กะเพรา เป็นสมุนไพรที่อยู่คู่ครัวไทยและใช้ประกอบอาหารได้หลากหลาย โดยคนทั่วไปสามารถรับประทานใบกะเพราในปริมาณที่ใช้ปรุงอาหารได้ตามปกติ แต่สำหรับคนบางกลุ่มอาจต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ โดยเฉพาะเมื่อรับประทานกะเพราในรูปชา สารสกัด แคปซูล หรือผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่มีความเข้มข้นสูง
1. หญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตร ไม่ควรกินสารสกัดกะเพราเอง
หญิงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตรสามารถกินกะเพราในปริมาณอาหารทั่วไปได้ แต่ควรหลีกเลี่ยงการใช้ สารสกัดกะเพรา ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร หรือสมุนไพรในขนาดสูง โดยไม่ปรึกษาแพทย์ เนื่องจากข้อมูลด้านความปลอดภัยของสมุนไพรหลายชนิดในหญิงตั้งครรภ์และให้นมยังมีจำกัด
MedlinePlus และ NCCIH แนะนำว่า หญิงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตรควรปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์ก่อนใช้ผลิตภัณฑ์สมุนไพรหรืออาหารเสริม เพราะผลิตภัณฑ์เหล่านี้ไม่ได้ผ่านการศึกษาด้านความปลอดภัยในหญิงตั้งครรภ์อย่างครบถ้วนเหมือนยา
2. ผู้ป่วยเบาหวานที่กินยาลดน้ำตาล ต้องระวังสารสกัด
งานวิจัยบางส่วนเกี่ยวกับ Ocimum tenuiflorum หรือ Holy Basil พบว่าสารสกัดอาจมีผลต่อกลไกที่เกี่ยวข้องกับอินซูลินและระดับน้ำตาลในเลือด แต่หลักฐานในมนุษย์ยังมีจำกัด และยังไม่ควรใช้แทนยารักษาเบาหวาน
ดังนั้นผู้ที่กินยาลดน้ำตาลหรือฉีดอินซูลินไม่จำเป็นต้องงดใบกะเพราในอาหารทั่วไป แต่ควรหลีกเลี่ยงการเริ่มกิน สารสกัดหรืออาหารเสริมกะเพราในปริมาณสูง ด้วยตัวเอง เพราะอาจทำให้ควบคุมระดับน้ำตาลได้ยากขึ้นเมื่อใช้ร่วมกับยา
3. คนที่กินยาประจำ โดยเฉพาะยาที่มีช่วงการรักษาแคบ
สมุนไพรและอาหารเสริมบางชนิดสามารถรบกวนการออกฤทธิ์หรือการกำจัดยาของร่างกายได้ ผู้ที่ใช้ยาประจำ โดยเฉพาะยาที่ต้องควบคุมระดับในเลือดอย่างใกล้ชิด เช่น วาร์ฟาริน ไดกอกซิน ยากันชักบางชนิด หรือยากดภูมิคุ้มกัน ควรแจ้งแพทย์ก่อนใช้ผลิตภัณฑ์สมุนไพรเข้มข้น
สำหรับการกินใบกะเพราเป็นส่วนประกอบอาหารทั่วไป ไม่ได้หมายความว่าจะต้องงดโดยอัตโนมัติ แต่ไม่ควรเพิ่มผลิตภัณฑ์สารสกัดหรืออาหารเสริมเอง โดยเฉพาะในผู้ที่ใช้ยาหลายชนิด
4. คนที่กำลังจะผ่าตัด ควรแจ้งแพทย์หากกินกะเพราในรูปอาหารเสริม
NCCIH ระบุว่า อาหารเสริมจากสมุนไพรบางชนิดอาจส่งผลต่อการแข็งตัวของเลือด ความดันโลหิต ระดับน้ำตาล หรือการตอบสนองต่อยาระงับความรู้สึก จึงควรแจ้งศัลยแพทย์และวิสัญญีแพทย์เกี่ยวกับอาหารเสริมทุกชนิดที่กำลังใช้ก่อนเข้ารับการผ่าตัด
ประเด็นนี้หมายถึง ผลิตภัณฑ์สมุนไพรหรือสารสกัด เป็นหลัก ไม่ใช่การกินผัดกะเพราหนึ่งจานตามปกติ
5. คนที่แพ้กะเพราหรือพืชในตระกูลเดียวกัน
แม้พบไม่บ่อย แต่บางคนอาจมีอาการแพ้สมุนไพรหรือเครื่องเทศได้ หากกินกะเพราแล้วมีผื่น คัน บวม คลื่นไส้ หายใจติดขัด หรือมีอาการผิดปกติซ้ำ ๆ ควรหยุดกินและปรึกษาแพทย์
หากมีอาการริมฝีปาก ลิ้น หรือคอบวม หายใจลำบาก หน้ามืด หรือสงสัยภาวะแพ้รุนแรง ควรไปโรงพยาบาลทันที
โรคไต ความดัน และกรดไหลย้อน กินกะเพราได้ไหม?
สำหรับผู้ป่วยโรคไตหรือความดันโลหิตสูง ตัว ใบกะเพราเองไม่ใช่อาหารที่ต้องห้ามโดยทั่วไป แต่เมนูผัดกะเพรามักปรุงด้วยน้ำปลา ซีอิ๊ว ซอสปรุงรส และเครื่องปรุงอื่นที่มีโซเดียมสูง ผู้ที่ต้องจำกัดโซเดียมจึงควรลดเครื่องปรุงมากกว่างดใบกะเพรา
ส่วนผู้ที่เป็นกรดไหลย้อนหรือกระเพาะอาหารไว ปัญหามักมาจาก พริก ความเผ็ด ความมัน และปริมาณอาหาร มากกว่าตัวกะเพรา หากกินผัดกะเพราแล้วมีอาการแสบร้อนกลางอก แน่นท้อง หรือเรอเปรี้ยว ควรลองลดพริกและน้ำมัน รวมถึงหลีกเลี่ยงมื้อใหญ่ใกล้เวลานอน
iStockphoto
แล้วคนทั่วไปกินกะเพราได้แค่ไหน?
สำหรับคนสุขภาพดี การกินใบกะเพราในปริมาณที่ใช้ประกอบอาหารตามปกติโดยทั่วไปไม่ใช่เรื่องน่ากังวล และไม่จำเป็นต้องหลีกเลี่ยงเพราะกลัวผลข้างเคียงจากสมุนไพร
สิ่งที่ควรระวังคือการนำกะเพราไปใช้ในรูป สารสกัด แคปซูล ชาสมุนไพรเข้มข้น หรือรับประทานในขนาดสูงต่อเนื่องเพื่อหวังผลรักษาโรค เพราะข้อมูลด้านประสิทธิภาพและความปลอดภัยยังไม่เพียงพอสำหรับหลายข้อกล่าวอ้าง
สรุป ใครบ้างควรระวังกะเพรา?
- หญิงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โดยเฉพาะการใช้สารสกัดหรืออาหารเสริม
- ผู้ป่วยเบาหวานที่ใช้ยาหรืออินซูลิน หากต้องการใช้สารสกัดเข้มข้น
- ผู้ที่ใช้ยาประจำหลายชนิดหรือยาที่ต้องควบคุมระดับในเลือด
- ผู้ที่กำลังเตรียมตัวเข้ารับการผ่าตัดและใช้ผลิตภัณฑ์สมุนไพร
- ผู้ที่เคยมีประวัติแพ้กะเพราหรือสมุนไพรแล้วเกิดอาการผิดปกติ
สำหรับคนส่วนใหญ่ ใบกะเพราที่ใช้ปรุงอาหารสามารถกินได้ตามปกติ และไม่จำเป็นต้องกลัวว่ากะเพราเป็นอาหารอันตราย สิ่งสำคัญคือแยกการกินเป็นอาหารออกจากการใช้สารสกัดเพื่อหวังผลทางยา และหากมีโรคประจำตัวหรือใช้ยาเป็นประจำ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้อาหารเสริมจากสมุนไพร
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี




.jpg?ip/crop/w350h197/q80/jpg)